มุมมอง BCG ในการตลาดดิจิทัล

          ณ ตอนนี้เชื่อได้ว่าสถานการณ์โควิคทำให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว มิเช่นนั้นองค์กรจะเกิดการขาดสภาพคล่องได้ การทบทวน (Re-Thinking)ขีดความสามารถหลักขององค์กร (core competencies) จึงกลายเป็นเครื่องมือในการกำหนดทิศทางการอยู่รอดขององค์องค์ ที่กำลังเผชิญอยู่กับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่พยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญกับโควิช ไม่ว่าจะเป็นการทิ้งระยะห่างทางสังคม โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำให้เกิดการรวมกลุ่มทางสังคมออนไลน์มากยิ่งขึ้น หรือมีการรวมกลุ่มสังคมออนไลน์มากยิ่งขึ้น ซึ่งในแต่ละกลุ่มต่างมีพฤติกรรมร่วมที่แตกต่างกัน นักการตลาดในยุคดิจิตอล (digital marketer) จึงจำเป็นที่จะต้องหันมาติดตามดูพฤติกรรมทางสังคมออนไลน์ของแต่ละกลุ่มให้มากยิ่งขึ้น (market fragmentations) เนื่องจากกระบวนการในการตัดสินใจซื้อสินค้าของแต่ละกลุ่มจะได้รับอิทธิพล (influencer) จากสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มสังคมออนไลน์จาก Facebook  IG  Twitter  Tiktok  YouTube  Line  จะได้รับผลกระทบการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงและกระทบต่อผู้บริโภคในแต่ละชุมชนอย่างรวดเร็ว

     ในอดีตการวางแผนการตลาดจะได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมโลกน้อยมากจึงทำให้ระยะเวลาของแผนการตลาดสามารถกำหนดได้ในระยะยาว แต่ในปัจจุบันแผนการตลาดอาจจะเป็นตัวกำหนดได้เพียงแค่ทิศทางระยะสั้นเพียงเท่านั้น เนื่องจากความรวดเร็วของข้อมูลข่าวสารจากทั่วโลกจะพุ่งตรงสู่ผู้บริโภคแต่ละกลุ่มชุมชนอย่างรวดเร็ว จึงทำให้นักการตลาดต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา

    แล้วทิศทางการตลาดจะต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมใดมากเป็นพิเศษหรือไม่ แน่นอนการติดตามกระแสของเทคโนโลยีจึงกลายเป็นประเด็นหลักที่จะทำให้นักการตลาดต้องปรับแผนและทิศทางของกลยุทธ์ได้เร็วมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Application ใหม่ๆ 5.0 ที่จะเข้ามาทดแทน Application แบบเดิม 4.0 ในอนาคต แล้วองค์กรจะพิจารณาแนวโน้มการเจริญเติบโตขององค์กรได้จากแนวคิดใดบ้าง

    แนวคิดหนึ่งที่เคยได้รับการนิยมในอดีต คือ BCG   Matrix  Model ยังเป็นอีกแนวคิดหนึ่งที่นำมาช่วยกำหนดทิศทางของแผนกลยุทธ์การตลาด แต่ต้องปรับให้สอดคล้องกับกระแสของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

 

BCG Matrix คืออะไร?

BCG matrix ของกลุ่ม Boston Consulting ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยในการวางแผนเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว ให้ธุรกิจพิจารณาโอกาสในการเติบโต โดยการตรวจสอบกลุ่มผลิตภัณฑ์ เพื่อตัดสินใจว่าจะลงทุนหรือยุติการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไปในอนาคตหรือไม่ โดยเมทริกซ์แบ่งออกเป็น จตุภาค โดยอาศัยการวิเคราะห์เปรียบเทียบอัตราการเติบโตของตลาดและส่วนแบ่งการตลาดของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สนใจจะลงทุนเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรม ดังแสดงในแผนภาพด้านล่าง

สุนัข (Dogs) เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโตหรือส่วนแบ่งการตลาดต่ำ จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องรีบปลดปล่อยออกไปให้มากที่สุด เนื่องจากยอดขายและส่วนแบ่งตลาดต่ำ

 

 เครื่องหมายคำถาม (Question Marks) เป็น สินค้าในตลาดที่เติบโตในตลาดสูงและมีส่วนแบ่งการตลาดต่ำ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องตัดสินใจลงทุนอย่างรวดเร็วเพื่อการเติบโตที่รวดเร็ว  

 

ดาว (Stars) เป็นผลิตภัณฑ์ในตลาดที่เติบโตสูงและมีส่วนแบ่งการตลาดสูงและมีการลงทุนจำนวนมากแต่ยังไม่เห็นผลตอบแทนในตอนนี้ แต่จะมีความสัมพันธ์กับอัตราผลตอบแทน (ROI) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างรวดเร็ว

วัวเงินสด (Cash Cows) เป็นสินค้าในตลาดที่เติบโตต่ำและมีส่วนแบ่งการตลาดสูง เป็นช่วงที่เก็บเกี่ยวเงินสดและสร้างรายได้มากกว่าการลงทุน เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นทรัพย์สินที่ได้กำไรมากที่สุด จนคุณต้อง “รีดนม” ให้ได้เงินสดมากที่สุดโดยไม่จำเป็นต้องฆ่าหรือกำจัดผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้

BCG Matrix ประยุกต์ใช้ในการตลาดดิจิทัลได้อย่างไร

    BCG ได้ถูกออกแบบมาเพื่อวางแผนกลยุทธ์การตลาด โดยการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ว่าผลิตภัณฑ์ควรมีการกำหนดยุทธ์วิธีเพื่อความอยู่รอดและมีเทคนิคการติดตามประเมินผลเช่นไร อาทิ

Dogs จะอยู่ในสถานะที่จำกัดค่าใช้จ่ายในการสื่อสารเนื่องจากเป็นสินค้าที่มีผลตอบแทนต่ำในขณะเดียวกันไม่สามารถใช้ทรัพยากรผลักดันให้เป็นกลุ่มสินค้าที่มีกำไรต่อไปได้แล้ว เนื่องจากในตลาดเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จำนวนมาก บริษัทต้องเผชิญกับการแข่งขันและสินค้าทดแทนอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงต้องเจาะตลาดเฉพาะ (niche market) ด้วยเครื่องมือการตลาดดิจิทัลเพื่อ แสวงหาตลาดเป้าหมายใหม่ที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง (unmeet need)ของลูกค้าได้มากกว่าตลาดลูกค้าแบบเดิมให้มากขึ้น ซึ่งการตลาดดิจิทัล จะเป็นเครื่องมือที่ใช้ต้นทุนต่ำและเข้าถึงตลาดเฉพาะบุคคลได้ (deeper personalization)

Question Marks เป็นเครื่องหมายคำถามที่ต้องทำให้ลูกค้าสนใจในผลิตภัณฑ์ของเรา หากจะวิเคราะห์เครื่องมือที่ใช้ได้ดีคือ การโฆษณาแบบจ่ายเงิน (paid media) ในรูปแบบ pay per click: PPC จะมีประโยชน์มากในการขยายโอกาสในการมองเห็น หากเคมเปญ PPC ทำงานได้ดี สามารถสร้างความสนใจได้ มันจะทำให้กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้กลายเป็น Stars ตรงกันข้าหากเคมเปญอ่อนแอไม่สามารถสร้างความสนใจได้ ก็จะทำให้สินค้ากลายเป็น Dogs ได้เช่นเดียวกัน

Stars การทำ SEO จะช่วยให้การค้นหาผลิตภัณฑ์กลุ่ม Star มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นเมื่อผู้บริโภคค้นหาสินค้าจาก google จะช่วยให้ผู้บริโภคค้นหาเราเจอได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นการกำหนด keywords ที่สอดคล้องกับ painpoints ของกลุ่มเป้าหมายจะช่วยให้การค้นหามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Cash Cows เป็นช่วงเวลาที่จะต้องเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการรับรู้ของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ค่อนข้างสูง การทำการตลาดเพื่อตอกย้ำผู้บริโภคเพียงเล็กน้อย อาทิ การทำ loyalty campaigh ในโปรแกรมสะสมแต้มใน Line application ก็เพียงพอที่จะทำให้ลูกค้าซื้อซ้ำ 

          ในเชิงกลยุทธ์ การติดตามประสิทธิภาพของเคมเปญทางออนไลน์ กิจกรรมหนึ่งที่เป็นที่นิยมคือ content marketing ซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบ conversion rate ของลูกค้าว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่ ดังนั้น หากจะติดตามประเมินผล BCG ในระยะเวลาอันสั้น และรวดเร็ว นักการตลาดต้องมีความเข้าใจในการใช้เครื่องมือในการวัด content marketing เพื่อใช้วัดและติดตามประสิทธิภาพของการสร้างเคมเปญทางการตลาดในอนาคตต่อไป

 

By Digital Marketing รามคําแหง, Digital Branding, Social Media, Customer Journey, Content Marketing, SEO, SMO, Big Data, Data Analytics, CRM, CLV

Comments

Popular posts from this blog

แบ่งส่วนตลาด อย่างไร ให้เข้าถึงใจผู้บริโภค

สร้างแบรนด์อย่างไร ให้โดนใจผู้บริโภค

ตัวอย่าง ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา การทบทวนวรรณกรรม ในบทที่ 1 และ 2