ตัวอย่าง ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา การทบทวนวรรณกรรม ในบทที่ 1 และ 2
ปัจจัยเชิงเหตุและผลของความสุขในการปฏิบัติงาน
(Antecedents and
Consequences of Happiness at Workplace)
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
ตลอดเวลาที่นาฬิกาเคลื่อนที่ เวลาส่วนหนึ่งของมนุษย์จะใช้เวลาไปกับทำงาน
จะดีแค่ไหนที่ทุกช่วงเวลาการทำงานส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีโดยรวมของพนักงาน การศึกษาถึงปัจจัยที่มีผลกระทบทั้งต่อความสุขหรือความทุกข์ในที่ทำงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ
แต่น่าแปลกที่ไม่มีกรอบแนวคิดหรือทฤษฎีที่จะนำมาใช้รับมือกับการจัดการในองค์การ
ที่เหมาะสมกับการปฏิบัติงานในองค์กร เนื่องจากความสุขหรือความทุกข์ในที่ปฏิบัติงานเป็นปรากฏการณ์ที่ซับซ้อนและมีความหลากหลายของตัวแปร
ในการพัฒนากรอบแนวคิด จึงต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงระบบ
โดยอาศัยมุมมองที่หลากหลายสาขา มาอธิบายมิติของความสุข ทั้งสาขาปรัชญา สาขาจิตวิทยา
สาขาวิทยาการปัญญา (cognitive
science) และสาขาการคำนวณ
ความสุขจากการปฏิบัติงาน
มิได้จำกัดอยู่แค่ความสุขจากภายนอก อาทิ ความผูกพันในงาน (job engagement) ความพอใจในงาน (job satisfaction) ความปลอดภัยในการทำงาน อิสรภาพในการทำงาน (freedom)
ฐานะทางสังคม (valued social
position) การจัดการความเครียด
(stress management) การประนีประนอมในครอบครัวและที่ทำงาน (work-family conciliation) แต่ยังพิจารณาถึงปัจจัยความสุขจากภายใน
อาทิ จิตวิทยาเชิงบวก (positive
psychology) การเคารพนับถือตนเอง (self-esteem) และความเป็นอยู่ที่ดี
(well-being) เป็นต้น
(Tasnim, 2016) ซึ่งได้รับอิทธิพลจาก
สิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติงาน ทั้งบุคลากรและองค์การ (Roy & Konwar, 2020)
จากช่องว่างแนวคิดด้านวิทยาศาสตร์และการจัดการที่หลากหลาย
จึงบูรณาการกรอบแนวคิด ในการทำความเข้าใจ ความสุขในการปฏิบัติงาน (happiness
at workplace) ที่ประกอบไปด้วยองค์ประกอบจากสิ่งแวดล้อมในการทำงาน
(external work environment) ในมิติของบุคลากร
(individual factors) และมิติขององค์การ
(organizational factors) (Roy
& Konwar, 2020)กับความสุขในมิติจิตวิทยาวิวัฒนาการ
(evolutionary psychology)
คำถามในการวิจัย
1.
สิ่งเร้าจากปัจจัยสนับสนุนด้านบุคคลและปัจจัยสนับสนุนขององค์กรใดจะมีความสอดคล้องกลมกลืนได้ดีกับความสุขในการปฏิบัติงานของพนักงาน
2.
หากบุคลากรมีความสุขในการปฏิบัติงานจะสะท้อนพฤติกรรมออกมาได้ในมิติใดได้บ้าง
วัตถุประสงค์การวิจัย
1. พัฒนาโมเดลและผลกระทบของความสุขในการปฏิบัติงานด้วยการทดสอบความสัมพันธ์เชิงโครงสร้าง
2.
ตรวจสอบความสอดคล้องกลมกลืนของโมเดลผลกระทบของความสุขในการปฏิบัติงานกับข้อมูลเชิงประจักษ์
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.
ผลที่ได้รับจากการกระตุ้นจากสิ่งเร้าจากปัจจัยสนับสนุนด้านบุคคลและปัจจัยสนับสนุนจากองค์กร
จะเป็นแนวทางให้องค์การนำไปพัฒนาเครื่องมือสร้างสุขในการปฏิบัติงานในองค์การ
2.
ผลลัพธ์ที่ได้จากการที่บุคลากรมีความสุขในการปฏิบัติงานองค์การสามารถนำสร้างแผนสร้างสุขในการปฏิบัติงานได้สอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดขององค์การ
3.
เกิดแนวคิดผลกระทบของความสุขในการปฏิบัติงาน
ในมิติที่มีหลักคิดทางวิชาการที่มีพื้นฐานมาจากศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์เข้าด้วยกัน
4.
เป็นแนวทางให้ผู้สนใจนำไปพัฒนาต่อยอดให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยต่อไป
ขอบเขตในการวิจัย
(ในหัวข้อนี้ หาก ผู้วิจัยไม่ได้มีการบูรณาการตัวแปรในการวิจัยให้แตกต่างไปจากแนวคิดและทฤษฎีที่ทบทวนวรรณกรรมา ไม่ต้องเขียนก็ได้ แต่ถ้ามีการปรับปรุงลดรูปหรือเพิ่มตัวแปร ควรกำหนดขอบเขตของเนื้อหาในการวิจัยให้ชัดเจนว่าแตกต่างไปจากต้นฉบับเช่นไร)
ในการวิจัยครั้งนี้ได้บูรณาการแนวคิดหลักจาก
A Conceptual Framework of Happiness at
the Workplace
โดยมีขอบเขตของประชากรวัยทำงานในกรุงเทพมหานครเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีประชากรที่หลากหลายทั้งภาคการผลิต การบริการและการค้า ในสถานภาพการทำงานเป็นนายจ้าง ลูกจ้างรัฐบาล ลูกจ้างเอกชน ทำงานส่วนตัว รวมทั้งความหลากหลายของรายได้ ที่มีทั้งรายได้ประจำ รายวัน หรือรายชั่วโมง (สำนักงานสถิติแห่งชาติ, 2563)
นิยามศัพท์เฉพาะ
หากความหมายตัวแปรงานวิจัยของนักวิจัยแตกต่างจากความหมายของแนวคิดหรือทฤษฎี ที่ได้ทำการทบทวนมา ก็ให้นำมาใส่ใน นิยามศัพท์เฉพาะ (สำหรับงานวิจัยของ อาจารย์ ยังมีความหมายเหมือนเดิม จึงมีคำนิยามศัพย์เชิงทฤษฎีปรากฏอยู่ในบทที่ 2 และ นิยามศัพท์เชิงปฏิบัติการอยู่ในบทที่ 3 เนื่องจากมีการบูรณาการแนวคิดจากงานวิจัยทั้ง 3 เรื่องเข้าด้วยกัน ทำให้ ตัวแปรเชิงปฏิบัติการแตกต่างจากตัวแปรตามทฤษฎีในบทที่ 2
บทที่ 2
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
ในการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวกับ ปัจจัยเชิงเหตุและผลของความสุขในการปฏิบัติงาน
จะทำการศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิทยาวิวัฒนาการ (evolutionary
psychology)
ที่เกี่ยวข้องกับจิตวิทยาเชิงบวก (positive psychology) การเคารพนับถือตนเอง
(self-esteem) และความเป็นอยู่ที่ดี
(well-being)
และสาขาทางสังคมศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการองค์การ ในประเด็นครอบคลุมสิ่งแวดล้อมในการทำงาน (external work
environment) ในมิติสิ่งเร้าปัจจัยสนับสนุนบุคลากร
(individual factors) และมิติสิ่งเร้าปัจจัยสนับสนุนองค์การ
(organizational factors) ดังนี้
1 แนวคิด
ทฤษฎีเกี่ยวกับ จิตวิทยาเชิงบวก (positive
psychology)
แนวคิด
ทฤษฎีเกี่ยวกับ การเคารพนับถือตนเอง
(self-esteem)
แนวคิด
ทฤษฎีเกี่ยวกับ ความเป็นอยู่ที่ดี (well-being)
แนวคิด
ทฤษฎีเกี่ยวกับ ความสุขที่บุคลากรได้รับ
แนวคิด
ทฤษฎีเกี่ยวกับ ความสุขจากองค์เป็นผู้สร้าง
แนวคิด
ทฤษฎีเกี่ยวกับ การประเมินและการวัดผลิตภาพ
งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
กรอบแนวคิดการวิจัย
สมมติฐานการวิจัย
แนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับ จิตวิทยาเชิงบวก (positive psychology) ให้ใช้ข้อมูลตามบทความที่ทบทวนมาของเพื่อนแต่ละคน ใส่เข้าไปในเนื้อหาส่วนนี้ต้องเป็นภาษาของ นักวิจัยเอง โดยการอ้างอิง ที่มาเช่น นิเวศน์ ธรรมะ (2020) เป็นต้น
สมมติฐานการวิจัย
H1:
H2:
H3:
H4:

Comments
Post a Comment